หลังคลอดต้องสวย

หลังคลอดต้องสวย

ทีมคุณแม่มาทางนี้ค่าาาาาาาา….
เวลาเราเห็นคุณแม่ที่เค้าสวยเป๊ะ สวยแจ่มซะจนเวลาเดินกับลูกสาว เรานึกว่าพี่สาว….เรานั้นแสนจะอิจฉา
ลองมาดูกันค่ะ ว่าคุณหลังคลอด มีปัญหาอะไรกันบ้าง
เผื่อใครยังกังวลใจอยู่ จะลองไปทำดูก็ได้ค่ะส่วนใครที่ยังไม่คลอด จะได้อ่านเป็นความรู้เอาไว้ เผื่ออะไรป้องกันได้จะได้ทำซะเลยค่ะ

เอาล่ะค่ะ ลองไปดูกัน
หมอหวังว่า เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ จะช่วยให้คุณแม่แฮปปี้
สวยสดใส จะได้มีกำลังใจ เลี้ยงลูกๆ ให้มีความสุขนะค้าแม่สบายใจ ลูกจะได้ happy ค่ะ

พุงคุณแม่หลังคลอด : Mommy Belly
คุณแม่ 90% มีปัญหาพุงยื่น ห้อยย้อย หลังคลอด
เพราะว่าตอนท้องนั้น น้ำหนักคุณแม่จะขึ้นมาราวๆ 10 กก.
คุณแม่บางคน ดูแลตัวเองได้ดีมาก ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ทำให้หลังคลอด
คุณแม่สามารถลดน้ำหนักได้ดีมากและหน้าท้องยุบลงราบเรียบ เหมือนก่อนคลอด
แต่คุณแม่หลายๆคนแม่ว่าน้ำหนักจะลดลงแล้วก็ยังเหลือปัญหาหน้าท้องไม่ยุบตาม
ทีนี้เราจะทำยังไงดี ? หมออ้อมมีคำแนะนำค่ะ

1. ออกกำลังกายที่เน้นใช้กล้ามเนื้อหน้าท้อง ก็จะมีท่าทางต่างๆค่ะเช่น
Sliding pike ,Mountain climber , Hip lift , Reverse crunch เป็นต้นค่ะ
2.ถ้าออกกำลังกายแล้ว ก็ยังไม่ยุบลง แล้วไม่อยากทำการผ่าตัดก็อา
จะลองทำกลุ่มพวกนวดกระชับในกลุ่ม RF , Cool sculpture ไปก่อนได้ค่ะบางคนก็ตอบสนองดีและ หน้าท้องยุบลง
3.บางคนลองนวดกระชับแล้วก็ยังไม่ช่วยอีกอาจจะพิจารณาเรื่องการดูดไขมันเพื่อเก็บ
ไขมันหน้าท้องค่ะ ถ้ามีหน้าท้องไม่หย่อนคล้อยมากนักวิธีนี้ปลอดภัยและก็สามารถทำให้หน้าท้องยุบได้ดีและเห็นผลมากค่ะ
4.แต่ถ้าคุณแม่มีปัญหา หน้าท้องยื่นหรือหย่อนคล้อยมากๆและยินดีที่จะผ่าตัดใหญ
หมอก็แนะนำเป็นวิธีผ่าตัดหนังหน้าท้องทิ้งไป ข้อดีคือเห็นผลแน่นอนแต่ก็อาจจะต้องพักฟื้นนานสักนิดนึงค่ะ

หน้าอกหย่อนคล้อยหลังให้นมลูก …OMG
คุณแม่หลายๆคน มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยหลังคลอด และให้นมลูก
ทำให้มันไม่มั่นใจ ยิ่งบางคนมีการลดน้ำหนักลงมาเยอะๆยิ่งมีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย
คนที่ต้องการแก้ปัญหา มีแนวทาง 2 วิธีค่ะ
1.การเติมไขมันปรับรูปร่างของทรวงอกค่ะในคุณแม่ที่มีปัญหานี้
นอกจากจะได้ขนาดของหน้าอกที่เพิ่มขึ้นแล้วผิวของคุณแม่ที่ยับก็จะดีขึ้นมากๆ ด้วยค่ะ
การเติมไขมันนั้น ข้อดีคือคุณแม่ไม่ต้องพักฟื้นค่ะ แถมยังได้ลดสัดส่วนที่เป็นปัญหา
ไปด้วยแต่ข้อเสียคือไขมันก็มีโอกาสจะยุบตัวค่ะซึ่งจะยุบมากน้อยแค่ไหนจะต้องปรึกษาคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญนะคะ
วิธีนี้เหมาะมากกับคุณแม่ที่ไม่ต้องการเพิ่มขนาดหน้า มากนักแต่ต้องการให้รูปร่างทรงอกสวยขึ้น
โดยปกติมักจะเพิ่มเราราวๆ 2 ถึง 4 นิ้วค่ะ
2. การผ่าตัดเสริมหน้าอก แบบการใส่ซิลิโคน วิธีนี้แก้ปัญหาได้ค่ะ
แต่คุณแม่ก็จะต้องมีการผ่าตัดและพักฟื้นข้อดีก็คือขนาดของหน้าจะไม่เปลี่ยนแปลง
หรือยุบตัวค่ะ คุณแม่จะได้หน้าอกที่มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการปรับขนาดหน้าอกเพิ่มขึ้นหลายๆไซส์ค่ะ
ถ้าใครตัดสินใจไม่ถูกว่าจะรักษาแบบไหนสามารถปรึกษาหมอได้ตลอดนะคะ
หน้าท้องแตกลายปัญหาใหญ่ แก้ไขยาก
คุณแม่ที่มีหน้าท้องแตกลายมีการรักษาได้หลายวิธีมากเลยค่ะ
แต่ถ้าให้ดีที่สุด ถ้าใครสามารถป้องกันได้ให้รีบทำเลยค่ะ
หมอขอเล่าถึงวิธีรักษา ก่อนเลยค่ะ มีหลายวิธีมากเลยค่ะ หมอสรุปให้คร่าวๆ นะคะ
1.” ทำเองที่บ้านใช้ธรรมชาติบำบัด ” มีหลากหลายสูตรมากเลยค่ะไม่ว่าจะใช้การนำ
น้ำตาลมาผสมกับกลุ่มน้ำมันอัลมอนด์เพื่อสครับบริเวณรอยแตกลายหลังจากนั้นก็
อาจจะใช้การทาพวกกลุ่มเชียร์บัตเตอร์ ว่านหางจระเข้ หรือการนวดด้วยน้ำมันค่ะ
จะเหมาะกับคนที่รอยแตกลายไม่เยอะนะคะทำแล้วผิวหนังฟื้นฟูมีการผลัดเซลล์ที่ดีก็จะทำให้รอยจางลงค่ะ
2. ” รักษาด้วยเลเซอร์ ” มักใช้เลเซอร์ในกลุ่มที่ ใช้รักษาหลุมสิว เช่นกลุ่มพวก Fractional laser หลายๆคนก็เห็นผลค่อนข้างดีมากเลยค่ะ
3. ส่วนวิธีที่หมอชอบก็จะเป็นการฟื้นฟูผิว ด้วยการทำกลุ่ม Skin needing ค่ะ อาจจะใช้การเติมเต็มควบ
คู่ไปด้วย เพื่อฟื้นฟูรอยแตกลายที่ร่องค่อนข้างลึก โดยส่วนตัวหมอก็เห็นผลการ
รักษาค่อนข้างดีมากนะคะ และคนไข้ไม่ต้องทำบ่อยๆค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นกับปัญหาด้วยนะคะ
ส่วนวิธีการป้องกัน คุณแม่ต้องเตรียมตัวให้ดีตั้งแต่ทราบว่า ตั้งครรภ์เลยนะคะ
1. “ควบคุมน้ำหนัก” ไม่ให้ขึ้นเร็วเกินไปแนะนำให้ไม่ควรขึ้นเกินเดือนละ 2 กิโลกรัมค่ะ
เพื่อให้ผิวหนังของเรามีเวลาปรับตัวค่อยๆยืดขยายออก จะลดการแตกลายได้ดีเลยค่ะ
2. “หมั่นทาครีม” เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้าท้อง อาจจะเป็นครีมสำหรับทา
ก่อนคลอดโดยเฉพาะ หรือจะเป็นกลุ่มพวกบอดี้ออยก็ได้ค่ะแต่คุณแม่ก็ระวังลื่นด้วยนะคะ
3. “พยายามอย่าอาบน้ำอุ่นจัด ” เพราะจะทำให้ผิวแห้งค่ะ ยิ่งโดยเฉพาะในกรณีที่คุณแม
มีผิวแห้งอยู่แล้วจะทำให้การแตกลายเกิดขึ้นได้ง่ายมากเลยค่ะ และหลังอาบน้ำควรรีบทาครีมหรือบอดี้ออยทันที
4.”ห้ามเกาเด็ดขาด” เมื่อมีอาการคันที่หน้าท้องเพราะจะกระตุ้นให้รอยแตกเกิดขึ้นได้มากขึ้นและผิวอักเสบได้ค่ะ

หากใครมีปัญหา ลองปรึกษาหมอได้นะคะ

” ปัญหาผิวโทรม หน้าแห้งเหี่ยว ไม่สดใส ”
พบบ่อยมากในคุณแม่หลังคลอดค่ะเพราะว่า คุณแม่นั้นตอนตั้งครรภ์ก็อาจจะกล้าๆกลัวๆ
ในการบำรุงผิว เวลามีปัญหาผิวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทาครีมบำรุงไป พอหลังคลอด
บางคนให้นมก็แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนทำให้การพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลให้หน้าแห้งและผิวดูเหนื่อยล้ามาก
บางคนพอลดน้ำหนักหน้าก็ดูตอบไม่ได้รูปอีก หมอขอแบ่งตามปัญหานะคะ
1. หน้ายับ รอยย่นถามหา : รักษาได้ง่ายดายและเบสิคที่สุดเลยค่ะ แนะนำให้ฉีดโบท็อกเลย
คุณแม่เห็นผลไว สวยเลยภายใน 7 วัน แต่จะเหมาะกับคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมบุตรแล้วนะคะ
2. ถ้าหน้าตอบและมีร่องลึก : ก็อาจจะต้องมีการเติมเต็ม ที่นี้จะเลือกใช้เป็น
Filler หรือว่าเป็น Fat grafting ( เติมไขมัน ) ต้องปรึกษาคุณหมออีกทีค่ะว่าปัญหาที่
เรามีนั้นวิธีไหนสวยงาม ถ้าใครมีปัญหาหน้าตอบเยอะก็อาจจะเลือกการเติมไขมัน
แต่ถ้ามีร่องไม่เยอะหมออาจจะเลือกเป็นฟิลเลอร์ให้ก็ได้ค่ะ
3.รูปหน้ายังสวยอยู่แต่ผิวไม่ฟูไม่สดใส : หมอแนะนำทำกลุ่มพวก Skin Detox ,
Face Glow , GFE เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวค่ะ หลังทำคุณแม่
จะรู้สึกว่าหน้าฟูมีน้ำมีนวลมากขึ้นมากเห็นผลภายใน 3-4 วัน ถ้าคุณแม่มีปัญหาเยอะ
ก็อาจจะต้องทำสัปดาห์ละครั้ง แต่ถ้ามีปัญหาไม่เยอะทำซัก 1-2 เดือนครั้งก็โอเคเลยค่ะ
ปัญหาฝ้าดำ เป็นปัญหาที่คุณแม่หลังคลอดหลายๆคนต้องเจอ แล้วไม่รู้จะทำยังไงดี
ถ้าใครมีปัญหานี้ หมอมีการรักษาแนะนำดังนี้ค่
1. กลุ่มเลเซอร์รักษาฝ้า มีเลเซอร์หลายตัวช่วยในการรักษาฝ้ากระค่ะ
2.การฉีดยา รักษาฝ้า ตอนนี้มีการพัฒนาสูตรยารักษาฝ้าหลายตัวเลยค่ะ ส่วนใครจะใช้ยา
แบบไหนอาจจะต้องให้คุณหมอตรวจปัญหาของฝ้าก่อนนะคะว่าตอบสนองดีหรือไม่ ในบางคนก็เห็นผลดีมากเลยค่ะ
3.การผลัดผิวเพื่อรักษาฝ้า บางคนมีฝ้าในชั้นตื้นการทำ การรักษาแบบผลัดเซลล์ผิวก็ช่วยฝ้าในส่วนนี้ได้ดีค่ะ
ซึ่งการรักษาฝ้า นั้นคนไข้จะต้องใจเย็นๆนะคะ เพราะว่าบางคนมีฝ้าจากหลายสาเหตุ
ทำให้บางครั้งการรักษาอย่างใดอย่างหนึ่งเห็นผลการรักษาค่อนข้างน้อย หรือไม่เห็นผล
ควรจะค่อยๆปรึกษาแพทย์ ในวิธีการต่างๆเพื่อให้ได้รับผลการรักษาที่ดีที่สุดค่ะ
ผมร่วง หลังคลอด แม่จะรอดไหม
มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย จะพบว่า
ผมเริ่มร่วงเมื่อเข้าสู่ช่วงประมาณ 3-4 เดือนหลังคลอด โดยอาการมักหายไปเองเมื่อถึงช่วง 6 เดือนหลังคลอด
ถ้าใครที่มีปัญหาผมร่วงไม่มากหมอแนะนำให้ปฏิบัติตนดังนี้ค่ะ
รับประทานอาหารที่มีวิตามินเยอะและมีโปรตีนครบ หนีบผมให้เบามือและ
พยายามตัดผมให้สั้นลง รวมถึงการลดใช้ความร้อนกับเส้นผม เพื่อจะได้ลดการหลุดร่วงค่ะ
ถ้าใครมีปัญหาค่อนข้างมากอาจจะต้องพบแพทย์นะคะ
เบื้องต้นคุณหมออาจจะลองใช้เทคนิคการเติม growth factor ที่โคนรากผม
เพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ลดการหลุดร่วงของเส้นผม รวมถึงการฉีดเมโสผมในแบบต่างๆค่ะ
แต่ถ้าคุณหมอประเมินแล้ววิธีข้างต้นไม่ได้ผลก็อาจจะต้องทำการปลูกผมค่ะซึ่งมีวิธีการหลายๆแบบต่างกันไป